สฟิงซ์ สัตว์ตำนานแห่งอียิปต์

สำหรับใครที่สนใจในเรื่องตำนานหรือเทพนิยาย ห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับหัวข้อในวันนี้ คุณคงจะเคยได้ยินชื่อของสฟิงซ์ สัตว์ในตำนานของประเทศอียิปต์กันมาพอสมควรใช่หรือไม่ สฟิงซ์นั้นเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะต้องคิดถึงนอกจากพีระมิด ถ้าถามว่าสฟิงซ์คืออะไร หลายๆคนก็คงจะ งง คงจะตอบได้แค่ว่าสิงโตนอนหน้าคนไง จริงๆแล้วนั่นก็ใช่ แต่สัตว์ในตำนานอย่างสฟิงซ์มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายที่คุณนั้นอยากจะลองศึกษากันดูแน่ๆ วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปรู้จักสัตว์ในตำนานแห่งอียิปต์ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ตำนานสฟิงซ์ รูปลักษณ์ภายนอกของสฟิงซ์มีลักษณะผสมกันของสัตว์หลากหลายเผ่าพันธ์ ที่รวมไว้ในตัวเดียว คนอียิปต์จะเคารพสฟิงซ์เป็นอย่างมากมาก เพราะถือว่าเป็นสัตว์ในเทพนิยาย แต่ตามความเป็นจริงแล้วสฟิงซ์ไม่ได้มีที่มาจากแค่ในประเทศอียิปต์เท่านั้นที่เชื่อ คนจากประเทศอื่นก็เชื่อในตำนานของสฟิงซ์ สฟิงซ์ในพื้นที่แห่งอื่นมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป เริ่มต้นกันที่เผ่าพันธ์ตามความเชื่อของชาวกรีกก็จะมีลักษณะเป็นสิงโตที่มีปีกใหญ่สง่าผ่าเผยดั่งนกอินทรีแต่มีใบหน้าและหน้าอกเป็นผู้หญิง ส่วนความเชื่อของชาวอียิปต์ จะมีลักษณะเหมือนกับชาวกรีกทุกอย่างยกเว้นในส่วนปีกนั่นเองที่ไม่เหมือนกันมีชื่อที่ต่างกันออกไป โดยชาวอียิปต์จะเรียกสฟิงซ์ว่า แอนโดรสฟิงซ์ แต่ในบางพื้นที่ บางเผ่าพันธ์ก็จะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป โดยบ้างก็มีหัวเป็นแกะ หรือไม่ก็มีหัวเป็นนกเหยี่ยวโดยมีชื่อเรียกกันว่า ครีโอสฟิงซ์ ส่วนในแถบพื้นที่ดินแดนเปอร์เซีย จะมีชื่อเรียกสฟิงซ์ของพวกเขาแบบเดียวกับอียิปต์ แต่ที่ต่างกันออกไปคือลักษณะภายนอกตามความเชื่อก็คือจะมีสองเพศ ถ้าเป็นเพศชายจะมีหน้าตาที่เต็มไปด้วยหนวดเคราส่วนผมจะหยิกหยักศกดูหน้าเกรงขาม ส่วนเพศเมียก็ลักษณะเหมือนกันกับประเทศอียิปต์ เช่นเดียวกับอาณาจักรโรมันโบราณแต่แตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่สฟิงซ์เพศหญิงตัวนี้จะมีเครื่องประดับที่เรียกว่า งูแอสพ์ คาดอยู่บริเวณหัวนั่นเอง ในปัจจุบันก็จะมีสฟิงซ์ที่เรานั้นเห็นกันบ่อยๆ จากในรูป โดยสฟิงซ์ตัวนี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่เป็นอย่างมาก ตั้งอยู่บริเวณทะเลทรายกีซ่าภายในประเทศอียิปต์ โดยสฟิงซ์แห่งอียิปต์ตัวนี้จะนอนอยู่ในลักษณะแบบหมอบลงและทำการหันหน้าเพ่งมองไปยังทิศตะวันออก ซึ่งเป็นที่ตั้งของพีระมิดระยะเวลาคร่าวๆ ก็คงจะเป็นพันปีแล้ว สฟิงซ์มีรูปร่างภายนอกเป็นกึ่งผสมกันระหว่างคนและสิงโต บนตัวของสฟิงซ์รวมไปถึงส่วนหัวจะมีสัญลักษณ์ของกษัตรย์ฟาโรแห่งอียิปต์อยู่ด้วย รูปร่างบริเวณของหัวสฟิงซ์ใหญ่ถึง 14 ฟุต ลำตัวยาวและใหญ่ถึง 240 ฟุตเลยทีเดียว ถ้าคุณคิดภาพความใหญ่ไม่ออกก็คือเวลามนุษย์เดินผ่าน ตัวจะเล็กมากแบบเห็นได้ชัดถ้าเปรียบเทียบกับสฟิงซ์…

พีระมิดคูฟู สุดยอดพีระมิดเก่าแก่

อียิปต์เมืองแห่งอารยธรรมโบราณ เมืองแห่งตำนานอันลึกลับ เมืองที่มักจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์อันแสนมีเสน่ห์และน่าพิศวง  ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านสถาปัตยกรรม อาหาร เสื้อผ้าและวิถีชีวิต ทุกสิ่งล้วนมีเรื่องเล่าอันยาวนาน นับเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวหลายๆ คนห้ามพลาดเลยก็ว่าได้ ประวัติอียิปต์             อาณาจักรอียิปต์แต่เดิมนั้นถูกแบ่งออกเป็นนครต่างๆ ยังไม่ได้ถูกรวมเข้าด้วยกันจนกระทั่ง “ราชาแมงป่อง” ผู้ครองนครธีสได้เข้ายึดครองนครต่างๆ และสถาปนาตนเป็นฟาโรห์แห่งอาณาจักรบน ต่อมา “นาเมอร์” โอรสของพระองค์ได้ยึดครองนครอียิปต์ล่าง จนถึงสมัยของ “ฟาโรห์เมเนส” ที่สามารถรวมทั้งสองอาณาจักรเข้าด้วยกัน ทรงสถาปนาตนเป็นฟาโรห์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์ที่หนึ่งของอียิปต์โบราณ และได้ตั้งเมืองหลวงชื่อ “เมมฟิส”  ซึ่งอยู่ตอนกลางของลุ่มน้ำไนล์ ความสำเร็จในการสร้างและพัฒนาอารยธรรมของชาวอียิปต์โบราณที่เห็นได้ชัดคือปราการธรรมชาติอย่าง “ทะเลทรายซาฮารา” ทำให้ศัตรูไม่สามารถคุกคามได้ โดยเฉพาะบริเวณเขตดินสีดำหรือ “เคเมต” เป็นดินที่มีความ                       อุดมสมบูรณ์มากสามารถเพาะปลูกพืชผลได้ดี พืชที่นิยมปลูกคือข้าวสาลีและข้าวบาเล่ย์ ที่เอามาแปรรูปเป็นขนมปังจากข้าวสาลีและเบียร์จากข้าวบาเล่ย์ ซึ่งเป็นอาหารหลักหรืออาหารประจำชาติของชาวอียิปย์ ท่องเที่ยว “พีระมิดคูฟู สุดยอดพีระมิดเก่าแก่”             สำหรับผู้ที่สนใจอยากเที่ยวประเทศอียิปต์แต่ยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน วันนี้ทางเราจะมาขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองที่มี 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณซึ่งยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันก็คือ “พีระมิดคูฟู หรือ พีระมิดคีออปส์” นิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่า “มหาพีระมิดแห่งกีซา” สุดยอดพีระมิดที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาพีระมิดทั้งสามแห่งกีซา ประกอบด้วยมหาพีระมิดแห่งกีซา , พีระมิดคาเฟร…

ทำความรู้จักทั่ง 8 มเหสีเอกของฟาโรห์รามเสสที่ 2

อียิปต์คือประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ต่างจากอดีตที่ปกครองโดยกษัตริย์ หรือ ฟาโรห์  และ ฟาโรห์ที่ปกครองอียิปต์ได้นานที่สุดก็คือฟาโรห์รามเสสที่ 2 ทรงสถานปาตนเป็นมหาราชผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ยกตนให้เทียบเท่ากับมหาเทพในตำนานหรือพระเจ้า ซึ่งครองราชย์ยาวนานกว่า 66 ปี ฟาโรห์ราเมสที่ 2 คือรัชทายาทเพียงองเดียวของเซติที่ 1 ตั้งแต่เล็ก ราเมสที่ 2 จึงถูกส่งไปศึกษาเล่าเรียนด้านการเมือง การปกครอง การทหาร และการค้าขาย ตั้งแต่ยังพระเยาว์ หลังจากเซติที่ 1 ครองราชย์ได้เพียง 17 ปี ก็สิ้นพระชนม์ลง บัลลังก์จึงตกเป็นของ “รามเสสที่ 2 ” พระองค์คือกษัตรย์ที่มีความปรีชาด้านการรบเป็นอย่างมาก ด้วยพระชนมพรรษาเพียง 10 พรรษาหลังจากที่ได้ขึ้นครองราชย์ สามารถกู้เอกราชดินแดนที่เสียไปตั้งแต่สมัยฟาโรห์อเมนโฮเตปที่ 4 และยังยุติสงครามกับพวกฮิตไทต์ ในการรบที่คาเดช โดยแบ่งพื้นที่กันไปปกครองคนละส่วน อียิปต์ได้ปาเลสไตน์ ฮิตไทต์ได้ซีเรีย ทั้งยังทรงปลดปล่อยพวกฮิบรูจากการเป็นทาสอีกด้วย หลังจากขึ้นครองราชย์ได้ทรงสร้างสถาปัตยกรรมเพื่อเป็นการประกาศถึงความยิ่งใหญ่ของตน คือ มหาวิหารแห่งอาบูซิมเบลที่มีรูปสลัก รามเสสที่ 2 ขนาดใหญ่อยู่ที่นี่ ทั้งยังมีรูปปั้นขนาดใหญ่ที่เมืองเมมฟิส…