มเหสีเอกของฟาโรห์รามเสส

อียิปต์คือประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุข ต่างจากอดีตที่ปกครองโดยกษัตริย์ หรือ ฟาโรห์  และ ฟาโรห์ที่ปกครองอียิปต์ได้นานที่สุดก็คือฟาโรห์รามเสสที่ 2 ทรงสถานปาตนเป็นมหาราชผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ยกตนให้เทียบเท่ากับมหาเทพในตำนานหรือพระเจ้า ซึ่งครองราชย์ยาวนานกว่า 66 ปี

ฟาโรห์ราเมสที่ 2 คือรัชทายาทเพียงองเดียวของเซติที่ 1 ตั้งแต่เล็ก ราเมสที่ 2 จึงถูกส่งไปศึกษาเล่าเรียนด้านการเมือง การปกครอง การทหาร และการค้าขาย ตั้งแต่ยังพระเยาว์ หลังจากเซติที่ 1 ครองราชย์ได้เพียง 17 ปี ก็สิ้นพระชนม์ลง บัลลังก์จึงตกเป็นของ “รามเสสที่ 2 ”

พระองค์คือกษัตรย์ที่มีความปรีชาด้านการรบเป็นอย่างมาก ด้วยพระชนมพรรษาเพียง 10 พรรษาหลังจากที่ได้ขึ้นครองราชย์ สามารถกู้เอกราชดินแดนที่เสียไปตั้งแต่สมัยฟาโรห์อเมนโฮเตปที่ 4 และยังยุติสงครามกับพวกฮิตไทต์ ในการรบที่คาเดช โดยแบ่งพื้นที่กันไปปกครองคนละส่วน อียิปต์ได้ปาเลสไตน์ ฮิตไทต์ได้ซีเรีย ทั้งยังทรงปลดปล่อยพวกฮิบรูจากการเป็นทาสอีกด้วย หลังจากขึ้นครองราชย์ได้ทรงสร้างสถาปัตยกรรมเพื่อเป็นการประกาศถึงความยิ่งใหญ่ของตน คือ มหาวิหารแห่งอาบูซิมเบลที่มีรูปสลัก รามเสสที่ 2 ขนาดใหญ่อยู่ที่นี่ ทั้งยังมีรูปปั้นขนาดใหญ่ที่เมืองเมมฟิส เสาหินโอเบลิกที่วิหารลักซอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย

ผู้หญิงฟาโร

มหาราชนักรักที่ขึ้นชื่อที่สุดในประวัตัศาสตร์อียิปต์ยุคโยราณ

เป็นที่รู้กันว่าในสมัยโบราณกษัตรย์ผู้ปกครองประเทศนิยมมีพระมเหสีหรือพระสนมน้อยใหญ่มากมายเพื่อผลประโยชน์ทั้งด้านการเมือง การปกครอง การรักษาฐานอำนาจให้มั่นคง และเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือเพื่อมีรัชทายาทไว้สืบสกุล ไม่พ้นแม้กระทั่งฟาโรห์ราเมสที่มีพระมเหสีถึง 8 พระองค์ และพระสนมกว่า 200 นาง ทำให้พระองค์มีพระโอรสถึง 96 พระองค์ และพระธิดาอีก 60 พระองค์ด้วยกัน

ในสมัยนั้นมีความเชื่อถือต่อพระเจ้าของพวกเขาเป็นอย่างมาก มีเทวตำนานมากมายที่แสดงถึงเรื่องราวการแต่งงานระหว่างพี่น้องในหมู่เทพเจ้าต่างๆ เรื่องเหล่านี้จึงทำให้หมู่พระประยูรญาติในราชวงศ์อียิปต์โบราณทำตามแบบอย่างเทพที่พวกเขาเคารพศรัทธา นอกจากนี้ยังเชื่อด้วยว่าจะทำให้สืบทอดสายเลือดบริสุทธิ์ของราชวงศ์ต่อไป ทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พระมเหสีของพระองค์มีทั้งมาจากตระกูลขุนนางชั้นสูง พระขนิษฐา พระธิดาของพระองค์เอง รวมไปถึงเจ้าหญิงจากต่างแดน

 8 มเหสีเอกของฟาโรห์รามเสสที่ 2

            ราชินีคนแรกขององค์ฟาโรห์รามเสสที่ 2 คือ พระนางเนเฟอร์ตารี ตำนานเล่าว่าพระองค์คือราชินิที่ฟาโรห์รามเสสที่ 2 รักและเสน่หามากที่สุด สิ่งยืนยันคือถ้อยคำบทความหนึ่งที่พระองค์ทรงเขียนถึงพระนางอันเป็นที่รักมีใจความว่า…

“My love is unique – no one can rival her, for she is the most beautiful woman alive.Just by passing, she has stolen away my heart”

“ความรักของข้ามีเพียงหนึ่ง หามีผู้ใดเทียบเทียมนาง  แด่นางผู้งดงามที่สุดในโลกหล้า เพียงนางเยื้องกรายผ่าน ก็กุมใจข้าไว้ในบัดดล”

ทั้งยังมีเหล่าบรรดาสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมสุดอลังการรวมไปถึงรูปสลักและจารึกมากมาย ได้แก่ วิหารแห่งอาบู ซิมเบล ซึ่งปกติแล้วเราจะเห็นว่ารูปสลักขององค์ฟาโรห์จะมีขนาดใหญ่กว่าของพระมเหสีมาก แต่ที่วิหารน้อยแห่งนี้เป็นข้อยกเว้น พระองค์ทรงโปรดให้สลักรูปของพระนางเนเฟอร์ตารีในขนาดเสมอกันกับพระองค์ ซึ่งแสดงถึงการยกย่องให้เกียรติพระนาง ส่วนพระมเหสีอีก 7 พระองค์นั้นมีทั้งมาจากตระกูลขุนนางชั้นสูง  พระธิดาของพระองค์เอง รวมไปถึงเจ้าหญิงจากต่างแดน ถึงแม้พระองค์จะมีสตรีมากมายมาสับเปลี่ยนคอยอยู่เคียงข้าง แต่พระหทัยของพระองค์ยังคงยึดมั่นต่อพระนางเนเฟอร์ตารีเพียงผู้เดียว